ดาวเคราะห์น้อย

นอกจากดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ 8 ดวง และดาวบริวาร ยังมีวัตถุอื่นที่มีขนาดเกิน 1 m เรียกว่า ดาวเคราะห์น้อย ซึ่งมีหลายชื่อในภาษาอังกฤษ (Minor planet/Dwarf planet/Asteroid/Comet/Small Solar System body) เช่น

  • ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet): ดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่พอจะมีแรงโน้มถ่วงสร้างความดันให้อยู่ในสมดุลใกล้รูปทรงกลม
  • ดาวหาง (Comet): ดาวเคราะห์น้อยน้ำแข็งที่ปล่อยก๊าซเมื่อโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์
  • ดาวเคราะห์น้อยดั้งเดิม (Traditional asteroid): ดาวเคราะห์น้อยในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส

ดาวตก (Meteor) คือ วัตถุที่ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก โดยอาจหมายถึงเฉพาะที่เผาไหม้จนสว่างมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อาจแบ่งเป็น 3 กลุ่มตามขนาด ได้แก่

  • วัตถุขนาด 1 - 30 m ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกบางปีใน 100 ปีที่ผ่านมา สามารถมองเห็นได้
  • วัตถุขนาด 30 um - 1 m เรียกว่า สะเก็ดดาว (Meteroid) เข้ามาบนโลกทุกปี บางครั้งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
    และเข้ามาทุกนาที ในช่วงวันของปีที่โลกเคลื่อนที่ผ่านสะเก็ดดาวจากดาวหาง เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ฝนดาวตก (Meteor shower)
  • วัตถุขนาดเล็กกว่า 30 um เรียกว่า ฝุ่นระหว่างดาวเคราะห์ (Interplanetary dust) เข้ามาบนโลกหลายล้านชิ้นต่อปี
    บริเวณที่โลกเคลื่อนที่ผ่านมีฝุ่นประมาณ 1 ug/m3 รวมทั้งพลาสม่าและรังสีจากดวงอาทิตย์

ดาวเคราะห์น้อย สามารถแบ่งตามวงโคจรได้เป็น

  • ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก (Near Earth Asteroids) อยู่ใกล้วงโคจรของโลก แม้จะมีมวลน้อย แต่มีความกังวลว่าอาจสร้างความเสียหายเมื่อชนโลก จึงมีการสำรวจอย่างมาก ค้นพบแล้วกว่า 20,000 ชิ้น
    • ขนาดเกิน 1 km ค้นพบราว 900 ชิ้น คาดว่าสำรวจครบแล้ว 97%
    • ขนาดเกิน 140 m ค้นพบราว 9,500 ชิ้น ณ ปี 2020 คาดว่าเป็นเพียง 30% ของทั้งหมด
    • ที่เหลือขนาด 1-140 m ค้นพบแล้วกว่าหมื่นชิ้น
    ในทางกลับกันดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเป็นเป้าหมายในการส่งยานไปถึงได้ง่ายที่สุดถัดจากดวงจันทร์ และอาจใช้ประโยชน์ได้
    ยานที่ไปสำรวจได้แก่ Near Shoemaker (1999 Eros), Stardust (2004 Wild), Deep Impact (2005 Tempel), Hayabusa (2005 Itokawa), Rosetta (2014 Churyumov), Hayabusa 2 (2018 Ryugu), Osiris-rex (2018 Bennu)
  • โทรจัน (Trojan) อยู่ที่จุดลากรางจ์ของแต่ละดาวเคราะห์ โดยเฉพาะดาวพฤหัสและดาวเกต
  • แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt) อยู่ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส 2.0-3.3 AU
    เป็นบริเวณที่ความหนาแน่นสูง ราว 200 ดวงที่ใหญ่กว่า 100 km และราว 1-2 ล้านดวงที่ใหญ่กว่า 1 km (คิดเป็นระยะห่างเฉลี่ย 500,000 km) รวมกันมีมวลเพียง 2.4 x 1021 kg
    ดวงที่มวลมากสุด คือ ซีเรส (Ceres) เวสตา (Vesta) พาลลาส (Pallas) ไฮเจีย (Hygiea)
  • เซนทอร์ (Centaur) อยู่ระหว่างดาวพฤหัสและดาวเกต
  • แถบไคเปอร์ (Kuiper belt) อยู่ถัดจากดาวเกตออกไป (Trans-Neptunian) 30-50 AU
    เป็นบริเวณที่ความหนาแน่นสูง ราว 70,000 ดวงที่ใหญ่กว่า 100 km รวมกันมีมวลราว 3 x 1023 kg
    มีดาวเคราะห์แคระ คือ พลูโต (Pluto) เฮาเม (Haumea) มาเกะมาเกะ (Makemake)
  • วัตถุกระเจิง (Scattered disc) อยู่ถัดจากดาวเกตออกไป (Trans-Neptunian) ที่ไม่อยู่ในแถบไคเปอร์
    มีดาวเคราะห์แคระ คือ เอรีส (Eris) เซดนา (Sedna)
  • เมฆออร์ท (Oort cloud) เป็นบริเวณทางทฤษฎีราว 2,000 - 200,000 AU (3 ly) ซึ่งคาดว่ามีวัตถุโคจรอยู่ภายใต้สนามแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ ไกลกว่านั้นวัตถุจะได้รับผลของแรงโน้มถ่วงจากดาวฤกษ์อื่น ขอบเขตที่ลมสุริยะไปถึงอยู่เพียง 70-120 AU ไกลกว่านั้นอนุภาคและสนามแม่เหล็กส่วนใหญ่จะมาจากอนุภาคระหว่างดวงดาว (Interstellar medium)